พระธรรม ซามูเอล ฉบับที่ 2

บทที่ 1:17-27 ดาวิดคร่ำครวญถึงซาอูลและโยนาธาน

                ดาวิดคร่ำครวญถึงซาอูลและโยนาธานราชบุตรของซาอูล และสั่งให้สอนชาวยูดาห์ร้องเพลง ดังนี้

                ประมุขชาติอิสราเอลด่วนเร้นหนี                    สิ้นชีวีบนภูผาน่าใจหาย

โอ้ยอดคนหาญกล้ามาล้มหาย                                           ชีพวางวายกายพรากจำจากลา

                อย่าตะโกนโพนทะนาว่ากล่าวเรื่อง                 ให้ในเมือง กาด รู้ อยู่ทั่วหน้า

เมือง อัชเคโลน ก็อย่าพรรณนา                                        พร่ำวาจาตามถนนริมหนทาง

                จะทำให้หญิงสาวชาวเมืองนั้น                         ผู้แปรผันหันเมินทำเหินห่าง

ไม่นับถือพระเจ้าเฝ้าละวาง                                               พวกเขาต่างยินดีถ้วนล้วนชื่นชม

                ขออย่าให้น้ำค้างหล่นฝนตกมา                        บนยอดผากิลโบอาพาขื่นขม

ให้ทุ่งนาเมืองนั้นไซร้ไม่อุดม                                           พืชผลล้มแล้งตายไม่งอกงาม

                เพราะโล่ของคนกล้ามาวางอยู่                          อย่างอดสูน่าอายคล้ายถูกหยาม

โล่ซาอูลจอมราชอาจเรืองนาม                                          สนิมลามจับเกรอะเลอะเทอะไป

                คันธนูโยนาธานผู้หาญกล้า                               ดูไร้ค่าวางนิ่งไม่ติงไหว

ดาบซาอูลฟันศัตรูอยู่ฉับไว                                                จนสิ้นใจไร้ปรานีไม่รีรอ

                ซาอูลรักโยนาธานสมานมั่น                              อยู่ด้วยกันตั้งแต่มีชีวีหนอ

ตราบสิ้นลมล้มตายกายเคลียคลอ                                      ชีพพะนอไม่ยอมพรากไปจากกัน

                ทั้งสองคนว่องไวไม่เชื่องช้า                             รวดเร็วกว่านกอินทรีมิมีพรั่น

ทั้งร่างกายแข็งแรงแกร่งฉกรรจ์                                       ดูล่ำสันกว่าสิงโตอันโขนัก

                บรรดาหญิงอิสราเอลไม่เว้นครวญ                   จงไห้หวนให้ซาอูลอาดูรหนัก

ทรงให้สวมเสื้อแดงเข้มเต็มใจภักดิ์                                  ร่างควรจักประดับเพชรเกล็ดทองคำ

                ทหารกล้าถูกฆ่าฟันพลันสิ้นนาม                     ในสงครามสูญชีวีเขายีย่ำ

โยนาธานนอนตายโอ้ใครทำ                                            ร่างชอกช้ำบนเขาแสนเศร้าใจ

                โอ้ว่าพี่โยนาธานข้าขานเรียก                            จงสำเหนียกข้าครวญคร่ำร้องร่ำไห้

ความรักพี่มีต่อข้ามั่นกว่าใคร                                             เกินหญิงใดในพิภพจบแดนดิน

                ปวงทหารชาญกล้ามาล้มตาย                             ชีวิตวายหายลับดับถวิล

อาวุธเขาเกลื่อนไปไร้ค่าภินท์                                            สูญหมดสิ้นประโยชน์พออีกต่อไป

 บทที่ 22  บทเพลงของดาวิดเรื่องการช่วยกู้

                นี่เป็นเพลงที่กษัตริย์ดาวิดร้องถวายพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงช่วยพระองค์ให้พ้นซาอูลและศัตรูอื่น
ธ ช่วยข้ารื่นรมย์และร่มเย็น                               
                 พระองค์เป็นป้อมปราการอันแกร่งกล้า

และปกป้องภัยพาลผ่านพ้นมา                                          คุ้มชีวาปลอดภัยเมื่อใกล้องค์

                ทรงพิทักษ์ข้าไว้คล้ายโล่ป้อง                            พันภัยผองแผ้วหวังดังประสงค์

ช่วยให้รอดชีวิตสถิตคง                                                      ทรงปลดปลงบาปคลายหายทารุณ

                ข้าร้องร่ำ พร่ำทูลพระเป็นเจ้า                            ทรงช่วยเหล่าข้าพ้นมารท่านเกื้อหนุน

ขอสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงคุณ                                        ท่านค้ำจุนชีวิตรอดตลอดมา

                ความตายล้อมห้อมกายคล้ายคลื่นซัด                ภัยพิบัติพินาศจนท่วมท้นข้า

ความตายมัดรัดรึงตรึงกายา                                                อุโมงค์ล่าดักเหมือนแร้วไม่แคล้วตาย

                ในยามยากทุกข์ทนจนหม่นไหม้                      ข้าทูลให้ ธ ช่วยข้าพาสมหมาย

ในวิหารทางฟังอยู่มิรู้คลาย                                                เสียงกำจายขอโปรดช่วยข้าด้วยครัน

                แผ่นดินไหวลั่นเลื่อนสะเทือนสะท้าน           บนรากฐานฟ้าคลอนสะท้อนสั่น

เนื่องมาจากพระองค์ทรงกริ้วพลัน                                  พิโรธนั้นใหญ่นักหนาน่าหวั่นกลัว

                ช่องนาสิกพ่นควันอันพวยพุ่ง                          ถ่านลุกรุ่งเปลวโรจน์จากโอษฐ์ทั่ว

เสด็จลงแหวกท้องฟ้าพร่าระรัว                                        เหยียบเมฆมัวทะมึนไว้ใต้บาทา

                เสด็จมาทรงนั่งหลังเครูบ                                   ทรงเหาะวูบบนปีกลมร่อนถลา

ใช้ความมืดห่อหุ้มคลุมกายา                                               มัวเมฆาอุ้มน้ำล้อมอ้อมพระองค์

                ถ่านไฟลุกสว่างเรืองเบื้องพระพักตร์              แจ้งประจักษ์อัศจรรย์อันสูงส่ง

บันดาลให้ฟ้าร้องสั่งดังจำนง                                            สำเนียงองค์ได้ยินรอบขอบฟ้าไกล

                ยิงธนูให้ศัตรูหมู่มารร้าย                                    กระจัดกระจายกกระเจิงหลบซบหวั่นไหว

ทรงบันดาลให้หนีวิ่งรี่ไป                                                  ฟ้าแลบไล่โกลาหลสับสนครัน

                เผยให้เห็นก้นสมุทรลึกสุดหยั่ง                        เห็นกระทั่งฐานโลกโยกคลอนสั่น

เมื่อขนาบปราบศัตรูหมู่มารพลัน                                      ตะคอกมันด้วยโทสะไม่ละวาง

                พระเจ้าทรงเอื้อมหัตถ์จากบนฟ้า                      มายึดข้าแน่นเกินมิเหินห่าง

ทรงฉุดข้าขึ้นจากน้ำทรงนำทาง                                       ท่านขัดขวางข้าไว้มิให้จม

                ช่วยข้าพ้นคนเกลียดยิ่งชิงชังอยู่                       พ้นศัตรูเข้มขลังพลังถม

ยามยากเขาทำร้ายมิวายตรม                                               กลับสุขสมทรงพิทักษ์รักษาครัน

                ทรงช่วยข้าพ้นผ่านอันตราย                              ที่ผ่อนคลาเพราะโปรดข้าพาสุขสันต์

ธ ทรงปูนบำเหน็จให้ได้รางวัล                                         เพราะข้านั้นชอบธรรมล้ำเลิศดี

                ทรงอวยพรเพราะข้านี้บริสุทธิ์                          แสนผ่องผุดต่อพักตร์ท่านนั้นเต็มที่

ข้าทำตามบัญญัติเผยเอ่ยวจี                                                 ของภูมีไม่คิดคดกบฏการ

                ตัวข้าถือรักษากฎบทบัญญัติ                              ไม่ฝืนขัดบัญชาที่ว่าขาน

ทรงทราบว่าข้าไม่ผิดคิดสามานย์                                      ข้าพ้นผ่านรักษาตนพ้นชั่วทราม

                พระองค์ปูนบำเหน็จให้รางวัล                         เพราะข้านั้นชอบธรรมไซร้เกินใครหยาม

พระทรงทราบว่าข้าพิสุทธิ์ผุดผ่องงาม                             ข้ามีความดีเด่นเห็นสมควร

                พระองค์ทรงยึดถือซื่อสัตย์มั่น                          ต่อผู้นั้นที่ซื่อตรงคงครบถ้วน

ทรงดีต่อผู้ดีพร้อมถ่อมทั้งมวล                                           ผู้กอปรล้วนคุณงามความดีไว้

                พระองค์ทรงพิถีพิถันสรรถ้วนถี่                      ต่อผู้ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องใส

คนชั่วช้าเลวร้ายสิ้นกายใจ                                                 ทรงมอบให้ความเกลียดชังทั้งชีวิต

                ทรงช่วยผู้ถ่อมใจให้รอดตน                              ทรงให้คนหยิ่งผยองต้องถ่อมจิต

พระเจ้าเป็นแสงสว่างกระจ่างนิตย์                                  ช่วยมืดมิดลับพรากจากเราพ้น

                ทรงประทานพลังสู้ศัตรูผอง                             อำนาจครองชนะได้ในทุกหน

กิจกรรม ธ เลิศค่าใสสากล                                                 พึ่งกมลเชื่อได้ในถ้อยคำ

                พระองค์เป็นดุจโล่ดั้งบังรักษา                          ผู้เข้ามาขอคุ้มภัยใครหาญก้ำ

พระเจ้าองค์เดียวเด่นเป็นผู้นำ                                           ผู้เลิศล้ำทรงป้องคุ้มครองเรา

                พระองค์เป็นที่ลี้ภัยข้า                                         ตามมรรคาปลอดภัยพลันท่านทรงเฝ้า

ช่วยให้เดินตรงทางเหมือนกวางเนา                               อยู่บนเขาผ่านรอดพ้นปลอดภัย

                ฝึกฝนข้าแนะนำทำศึกสู้                                     ใช้ธนูคันแข็งแรงสุดได้

โปรดช่วยข้าปกป้องผองกายใจ                                        ให้ข้าใหญ่ยิ่งด้วยทรงช่วยพลัน

                รักษาข้ามิให้เป็นเช่นเชลย                                ข้าไม่เคยพลาดพลั้งท่านบังกั้น

ปวงข้าศึกข้าขับไปไล่ฆ่าฟัน                                              ทำลายพลันปรามปราบให้ราบลง

                ข้าตีเขาจนล้มจมไม่ลุก                                        ต้องนอนซุกแทบเท้าแน่แพ้พ่ายส่ง

ไท้ประทานพลังขลังอันมั่นคง                                         ข้าพระองค์ชนะหมู่ศัตรูพาล

                พระองค์ทำให้ศัตรูจู่วิ่งหนี                                ข้าขยี้คนเกลียดข้ามาหักหาญ

เขาหาคนช่วยไม่ได้ใครบันดาล                                        ร้องทูลขานไท้ไม่ตอบมอบให้ตน

                ข้าขยี้เขาแหลกยุ่ยเป็นผุยผง                               เหยียบเขาลงเหมือนดินถิ่นถนน

ช่วยข้าพ้นพวกพาลมารผจญ                                             พ้นมือคนคิดคดกบฏการ

                ทรงรักษาข้าไว้ให้ปกครอง                                ผู้คนของชาติต่าง ๆ อย่างอาจหาญ

ชาติที่ไม่รู้จักหน้ามาก่อนกาล                                            สยบมานอยู่ในใต้ปกครอง

                ชนต่างชาตินอนนบเคารพข้า                           ฟังวาจาข้าสั่งถ้อยคอยสนอง

เขาเกรงกลัวตัวสั่นไม่หันมอง                                           เขาทั้งผองรีบออกนอกป้อมพลัน

                โอ้พระเจ้าเลิศล้นทรงชนม์อยู่                           สรรเสริญผู้ป้องข้าไว้ไม่แปรผัน

เป็นพระผู้ช่วยแกร่งแข็งฉกรรจ์                                       ประกาศลั่นทรงใหญ่ยิ่งจริงตามคำ

                ทรงให้ข้าชนะหมู่ศัตรูร้าย                                 ชนทั้งหลายสยบเมินมิเกินก้ำ

ทรงช่วยข้าพ้นศัตรูผู้ก่อกรรม                                            พระทรงธรรมนำชนะพวกศัตรู

                ทรงกันข้าให้พ้นมือคนหาด                              พระทรงโปรดคุ้มครองปกป้องอยู่

ขอสรรเสริญพระนามล้ำผู้ค้ำชู                                         ต่อหน้าผู้คนประกาศชาติทั้งปวง

                จะร้องเพลงขับคลอยอพระยศ                          เกียรติปรากฏหล้าไกลแม้นในสรวง

กษัตริย์ที่ทรงตั้งไว้ชื่นในทรวง                                         ครั้งใหญ่หลวงชัยชนะ ธ ประทาน

                ทรงรักผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร                     ไม่แปรผันความรักสมัครสมาน

รักดาวิดเยี่ยมยอดตลอดกาล                                               รักวงศ์วานเชื้อสายไม่คลายเลย

 บทที่ 23:1-7  พระดำรัสสุดท้ายของกษัตริย์ดาวิด

                นี่เป็นพระดำรัสสุดท้ายของ ก.ดาวิด ซึ่งเป็นบุตรเจสซี พระเจ้าของยาโคบทรงเลือกพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่งตั้งให้ยิ่งใหญ่ ก.ดาวิดทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงให้ชนชาติอิสราเอล มีข้อความว่า

                พระวิญญาณจิตพระเจ้าเร้าดวงมาน                ทรงตรัสผ่านฝากมาทางข้าพเจ้า

พระวจนะ ธ สถิตนานนิจเนา                                           ริบปากเราล้วนคำจำนรรจา

                พระเจ้าผู้ปกป้องคุ้มครองคน                            มวลหมู่ชนอินราเอลเห็นตรัสว่า

กษัตริย์ผู้ปกครองเหล่าชาวประชา                                   ต้องรักษาความเที่ยงธรรมยำเกรงไท้

                เหมือนแสงทองส่องฟ้าครายอรุณ                   แสนอบอุ่นไร้เมฆามาบังใกล้

ต้นหญ้ามีประกายวับงามจับนัยน์                                     ประทับใจยิ่งล้นหลังฝนพรำ

                พระเจ้าอวยพรเหล่าเผ่าพันธุ์ข้า                        ทรงสัญญาตลอดไปได้เคยพร่ำ

ทรงจัดสรรแลเรียบระเบียบทำ                                          ทุกสิ่งนำเก็บรักษาตามค่าควร

                ข้าพเจ้าต้องการเพียงนั้นหนา                           ทรงนำพาชนะชัยให้ครบถ้วน

ทรงมอบให้ข้าไว้ไม่แปรปรวน                                         สิ่งเลิศล้วนชนะแท้อย่างแน่นอน

                แต่ผู้ไม่มีพระเจ้าเขาเหมือนหนาม                    คอยแต่ยามโยนขว้างร้างทิ้งถอน

จะจับเขาด้วยมือเปล่าต้องร้าวรอน                                   หนามยอกย้อนเช่นนี้ไม่มีใคร

                ต้องใช้เครื่องมือดีมีมาช่วย                                 ที่ทำด้วยเหล็กจึงดึงได้

โกยหนามแหลมคมยิ่งนั้นทิ้งไป                                       เอาเผาไฟให้สิ้นซากหมดรากโคน