Testimony  คำพยานหนุนใจ

home   

 1 เธสะโลนิกา 5:11
เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้นตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น

Welcome

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลือหลาย ๆ คน  ให้พบคำตอบแห่งชีวิต   ด้วยคำพยานที่หลาก
หลาย จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความรักจากพระเจ้าได้อย่างชัดเจน และด้วยเหตุนี้จึง
ขอเชิญชวนท่านผู้มีประสบการณ์การทรงช่วยจากพระเจ้า ส่งบทความเรียงความพยานของ
ท่าน เพื่อเป็นสื่อในการหนุนน้ำใจพี่น้องคริสเตียน และผู้สนใจได้มาก    ขอพระเจ้าทรงอำ-นวยพรมายังท่านที่มีความมุ่งหมายดี   เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณซึ่งกันและกันในองค์พระเยซูคริสต์
                                                                   ส่งบทความคำพยานชีวิตของท่านมายัง
:
                                                      chapel1852@hotmail.com

ด้วยรักจากใจ : อ๋า

         ถึงเพื่อน ๆ และพี่น้องที่รักของอ๋า และเป็นที่รักของพระเจ้า เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาอ๋ามีอาการ ปวดหัวไข้ขึ้นสูง ตัวร้อน และท้องเสียอย่างฉับพลัน โดยไม่ได้รับประทานของเสีย หรือ ทานอาหารผิดสำแดง แต่หลังจากนั้นหนึ่ง-สองวันไข้ก็ลดลงจนหายปกติ แต่ยังคงมีอาการท้องเสีย และใช้เวลาจากนั้นประมาณหนึ่งอาทิตย์ กว่าอาการขับถ่ายจะกลับมาเป็นปกติ  หลังจากนั้นไม่นานเมื่อคืนวันพฤหัสที่ 14 สิงหาคม 2009 ที่ผ่านมา มีอาการหายใจติดขัด มีเสมหะ น้ำมูกไหลไม่หยุด ตลอดทั้งวัน ซึ่งน่าจะเริ่มจากอาการแพ้อากาศ ซึ่งเคยเป็นอยู่ทุกครั้งเมื่ออากาศหรือฤดูกาลเปลี่ยนแปลง จึงไม่ได้ไปพบแพทย์ ก็รับประทานยาแก้แพ้ และ ยา Tylenol (ไทลินอล)  ซึ่งไว้ลดไข้ บรรเทาอาการปวด แต่ก็ยังไม่มีอาการดีขึ้น จึงเดินทางไปพบแพทย์ หลังจากที่ได้ไปร่วมนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์ ในตอนนั้นอุณหภูมิในร่างกายคือ 36.7 องศาฯ คือไม่มีไข้ คุณหมอจึงให้ตรวจเลือด และ  X-ray ผลการตรวจเลือดนั้นพบว่า มีอาการของเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ และภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ และเมื่อคุณหมอดูแผ่น X-ray สิ่งแรกที่ท่านถามคือ "สูบบุหรี่รึเปล่า" ซึ่งอ๋าไม่สูบบุหรีออยู่แล้ว ถึงสูบก็เลิกไปนานแล้ว คือเมื่อมัธยมต้น... ซึ่งคุณหมอได้บอกว่า ปอดมีการอักเสบมาก ซึ่งถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตราย ซึ่งอาการของการอักเสบนั้น จะมีเส้นสีขาวลาง ๆ ซึ่งอ๋านั้นมีอยู่มากที่ปอดด้านซ้าย แต่ทางด้านขวานั้นน้อยกว่า... แต่ก็ได้รับการแนะนำจากคุณหมอว่าต้องรีบเข้ารับการรักษาด่วน เพราะเป็นอาการที่อันตราย ซึ่งคำแนะนำของคุณหมอ  คือต้องฉีดยาค่าเชื้อเพื่อไปทำลายเชื้อโรคภายใน และต้องฉีดยานี้ทุกวันซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องคืออยู่โรงพยาบาล เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะหายดี

 ถึงตอนนั้นก็รู้สึกงง งง แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าเพราะเรารู้แล้วว่าอาการของเราคืออะไร ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย จึงโทรไปเมืองไทย คุยกับคุณแม่ ซึ่งในตอนนั้นเราคิดว่าเรากลับไปรักษาที่เมืองไทยดีกว่า เนื่องจากระดับภาษาในการสื่อสาร ของเราซึ่งเป็นคำศัพท์ทางอาการเจ็บป่วย และศัพท์เฉพาะนั้นยังไม่ค่อยดีนัก กลัวว่าจะมีการสื่อสารที่ผิดพลาดซึ่งจะส่งผลเสีย จึงบอกคุณหมอว่ายังไม่ต้องทำอะไร ซึ่งตอนแรกคุณหมอจะฉีดยาให้เลย แต่บอกคุณหมอว่าไม่ต้อง เราจะเดินทางกลับประเทศพรุ่งนี้ ไปรักษาที่เมืองไทย ท่านจึงไม่ได้ฉีดยาหรือรักษาอะไรให้อ๋าเลย...   หลังจากนั้นจึงรีบเดินทางไปจองตั๋วเครื่องบินซึ่งพอไปถึง ปรากฏว่า ตั๋วทุกเที่ยวสายการบินเต็มหมดต้องรอถึงสองวันคือเย็นวันที่18 ตอนบ่ายสามโมงครึ่ง...(เวลาที่จองคืออาทิตย์ที่ 16 ) ซึ่งอ๋ามีความเชื่อว่า ถ้าหากพระเจ้าต้องการให้เราเดินทางกลับ จะเต็มอย่างไรพระเจ้าก็จะให้ทาง และเปิดทางให้ แต่ถ้าไม่ก็แสดงว่าพระเจ้ามีแผนการสำหรับอ๋าที่เมืองจีน จึงตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้จะไป Admit คือ เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังจากที่เดินทางกลับก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับอาจารย์ชาวอเมริกันท่านหนึ่ง ซึ่งคอยหนุนใจ และช่วยเหลือผมมาตลอดตั้งแต่เดินทางมาอยู่ที่เมืองจีน และเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง หลังกลับถึงหอจึงไปหาท่านที่ห้อง (หอของท่านกับอ๋านั้นอยู่ติดกัน)  ท่านจึงให้คำแนะนำ หนุนใจ และเราก็อธิษฐานกัน... แล้วก็ใช้เวลาตามปกติ อาการยังคงเหมือนเดิม คือ รู้สึกร้อน (ร้อนข้างในแต่ไม่ได้ตัวร้อนน้ำมูกไหลไม่หยุด เจ็บคอ คอแห้งและมีเสมหะ แต่ก่อนเข้านอนก็อ่านพระวจนะและ สรรเสริญพระเจ้า...

เช้าวันถัดมาสิ่งแรกที่ได้ทำในเช้าวันนี้ยิ้มให้พระองค์ สรรเสริญพระเจ้า และอ่านพระคำ (ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย) มีความสุขมาก ลืมนึกเลยว่าตัวเองไม่สบาย แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมากเลย น้ำมูกไม่ไหล คอไม่เจ็บ ไม่รู้สึกร้อน ไม่มีเสมหะ  ^^ เชื่อว่าพระเจ้ารักษาเราแล้ว หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางแต่เช้า เดินทางด้วยรถแท็กซี่ เมื่อไปถึงคนเยอะเหมือนเมื่อวาน --" (อยากบอกว่าโรงพยาบาลจีนนั้นมีระบบที่ซับซ้อนมากคือ ถ้าเป็นอะไรฉุกเฉินขึ้นมาคุณอาจจะตายได้ เพราะทุกขั้นตอนคุณต้องจ่ายเงินก่อน ต้องนำบิลมาก่อนจึงจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ ส่วนหนึ่งในความเข้าใจของผมนั้นคือประชากรเขามาก และป้องกันการรักษาแล้วหนี รวมไปถึงการที่จะเข้าพบคุณหมอ ปกติบ้านเราเขาจะเรียกแต่ที่นี่ใครยื่นใบลงที่โต๊ะหมอได้ก่อนคนนั้นก็ได้ตรวจก่อน --" งงม้ะ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากเลยครับ) แล้วเราก็นำเอกสารการตรวจของเมื่อวานไปยื่น ขอเข้าพบคุณหมอ ในขณะที่รอคิวก็ได้อ่านพระวจนะพระเจ้าหนุนใจผม

ใน อิสยาห์ 55:8-9, 60:1-2, 61:1-3, 55:8 ว่าเพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้... "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น

"จงลุกขึ้น ฉายแสง เพราะว่าความสว่างของเจ้ามาแล้ว และสง่าราศีของพระเยโฮวาห์ขึ้นมาเหนือเจ้า  เพราะว่า ดูเถิด ความมืดจะคลุมแผ่นดินโลก และความมืดทึบจะคลุมชนชาติทั้งหลาย แต่พระเยโฮวาห์จะทรงขึ้นมาเหนือเจ้า และเขาจะเห็นสง่าราศีของพระองค์เหนือเจ้า

"พระวิญญาณแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าสถิตอยู่บนข้าพเจ้า เพราะว่าพระเยโฮวาห์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ให้ประกาศข่าวประเสริฐมายัง ผู้ที่ถ่อมใจ พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้รักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ ให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย และบอกการเปิดเรือนจำออกให้แก่ผู้ที่ถูกจองจำ เพื่อประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเยโฮวาห์ และวันแห่งการแก้แค้นของพระเจ้าของเรา เพื่อเล้าโลมบรรดาผู้ที่ไว้ทุกข์  เพื่อจัดให้บรรดาผู้ที่ไว้ทุกข์ในศิโยน เพื่อประทานความสวยงามแทนขี้เถ้าให้เขา น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ ผ้าห่มแห่งการสรรเสริญแทนจิตใจที่ท้อถอย เพื่อคนจะเรียกเขาว่าต้นไม้แห่งความชอบธรรม ที่ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงปลูกไว้ เพื่อพระองค์จะทรงได้รับสง่าราศี 

ซึ่งทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของพระองค์ ผมจึงเดินไปหานางพยาบาล และบอกเธอว่า "ก่อนที่จะพบคุณหมอขอให้ผมได้ X-ray ใหม่อีกซักหนึ่งครั้งได้มั้ยครับ ?" เธอตอบว่าผมพึ่งจะ X-ray ไปเมื่อวานซึ่งไม่จำเป็นต้องตรวจใหม่ เพราะผลคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะคุณหมอไม่ได้ให้ยาหรือรักษาอะไรเลย แต่พระเจ้าบอกผมว่าไม่เป็นไร ถ้าพระองค์ทรงประสงค์พระองค์จะทรงให้คุณหมอเป็นผู้บอกเธอเอง ผมจึงรอพบคุณหมอ...  เมื่อถึงเวลาที่คุณหมอเรียกพบ ผมเดินไปด้วยรอยยิ้ม และการสรรเสริญ พร้อมกับน้องทรายน้องคนไทย และอาจารย์ชาวอเมริกา ซึ่งทั้งสองคนไปช่วยให้กำลังใจมาโดยตลอด คุณหมอจึงถามถึงอาการ เรามีการวัดความดัน ฟังเสียงหัวใจ จับเส้น แล้วก็ตรวจปอด โดนทุบที่หลัง และหน้าอก (ตามที่ท่านพอใจ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทุบส่วนไหนบ้าง --" ) ท่านบอกว่าอาการของผมนั้นไม่เหมือนคนป่วย เราคงต้องตรวจเลือด และ  X-ray ใหม่อีกครั้ง ในใจผมได้แต่โอ้ ขอบคุณพระเจ้า!

เป็นดั่งที่ทรงบอกไว้จริงๆ ฮ่าๆๆ เราจึงตรวจกันใหม่หมด ขั้นตอนทุกอย่างเริ่มใหม่ ซึ่งหลังจากที่รอผล เราก็เข้าพบคุณหมออีกครั้งหนึ่ง ผมยังคงมั่นใจ และนั่งยิ้ม ในชัยชนะของพระเจ้า (ในใจก็ลุ้นมาก ๆ) คุณหมอส่องฟิล์ม ส่องแล้วส่องอีก ส่องอยู่นั่นแหละ (ในใจคิด) แล้วก็บอกว่า "ทุกอย่างปกติดี ปอดไม่มีอากาศอักเสบ หรือ ติดเชื้อ ผลเลือด ปกติ เม็ดเลือดปกติ " โอ้ สรรเสริญพระเจ้า!! ซึ่ง เมื่อวานการตรวจเลือดถึงสองครั้ง และอาการเจ็บปวดที่ผมได้รับนั้น ยืนยันว่าผลการตรวจไม่ได้ผิดพลาด และ พระเจ้าทรงมีชัยเหนือโรคภัยทั้งหลายจริง ๆ ขอบคุณพระเจ้าครับ (คุณหมอถึงกับงงว่าเป็นไปได้ยังไง ผมหวังว่าคุณหมอเองจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์)

จากบทความที่ผมได้มีโอกาสเล่าได้มีโอกาสแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ และพี่น้อง ผมหวังว่าจะเป็นสิ่งที่สามารถหนุนใจ และให้เราได้เห็นถึงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ เมื่อเรามีความเชื่อและวางใจในพระองค์ว่าพระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ผมไม่ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์เพียงเพราะพระองค์ทรงรักษาความเจ็บป่วยของผม แต่ผมได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพราะพระองค์ ทรงเป็นความจริง เป็นทางนั้น และเป็นชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คุณจะต้องพบกับความเจ็บปวดเท่าใด ก็ขอให้คุณมีความเชื่อ และยืนหยัดในทางของพระองค์ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะค้ำจุน ดูแล และเคียงข้างเราไปตลอด ขอให้เรามีความหวังอยู่ในพระคุณอันไม่สิ้นสุดของพระเยซูผู้ตายแทนเรา เราจะได้รับคืนทั้งหมด และเราจะได้โห่ร้อง และชื่นชมยินดีเมื่อพระองค์ทรงเสด็จกลับมา

ขอพระเจ้าทรงได้รับชัยชนะ ขอพระองค์ทรงได้รับเกียรติแต่เพียงผู้เดียว และขอพระองค์ทรงเป็นจริงในชีวิตของท่านเหมือนกับในชีวิตของผม ขอพระเจ้าอวยพรครับ ขอบคุณครับ


 ~@^^@~rR อ๋า

เหตุฉะนั้นท่านจงเลิกพูดมุสาเสีย และจงพูดความจริงต่อกัน เพราะว่าเราต่างก็เป็นอวัยวะของกันและกัน
(เอเฟซัส 4
: 25)