Testimony  คำพยานหนุนใจ

home   

 1 เธสะโลนิกา 5:11
เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้นตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น

Welcome

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลือหลาย ๆ คน  ให้พบคำตอบแห่งชีวิต   ด้วยคำพยานที่หลาก
หลาย จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความรักจากพระเจ้าได้อย่างชัดเจน และด้วยเหตุนี้จึง
ขอเชิญชวนท่านผู้มีประสบการณ์การทรงช่วยจากพระเจ้า ส่งบทความเรียงความพยานของ
ท่าน เพื่อเป็นสื่อในการหนุนน้ำใจพี่น้องคริสเตียน และผู้สนใจได้มาก    ขอพระเจ้าทรงอำ-นวยพรมายังท่านที่มีความมุ่งหมายดี   เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณซึ่งกันและกันในองค์พระเยซูคริสต์
                                                                   ส่งบทความคำพยานชีวิตของท่านมายัง
:
                                                      chapel1852@hotmail.com

ด้วยรักจากใจ : นายสรศักดิ์ ตันติพงศ์พิพัฒน์

เป็นพระคุณพระเจ้าที่ผมได้เกิดในครอบครัวคริสเตียน จึงได้มีโอกาสเข้าโบสถ์ตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ชีวิตของผมก็ยังเหมือน เดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างเก็บกด เอาจริงเอาจังกับชีวิต เครียดง่าย และมีทัศนคติว่า “ชีวิตเราต้องเท่ ต้องเก่ง มีความสามารถ และทำได้ทุกอย่าง ชีวิตเราต้องเด่นในสายตาผู้อื่น” จากนิสัยและทัศนคติเหล่านี้ ทำให้ผมเป็นเด็กที่เครียด ๆ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก และอีกทั้งรูปร่าง หน้าตา การเรียน กีฬา ดนตรี ความสามารถต่าง ๆ ก็ไม่ดีแม้แต่น้อย ผมเลยมีความรู้สึกท้อ และคิดว่าชีวิตเราไร้ค่าตลอดเวลา ...

ตั้งแต่สมัยผมเด็ก ๆ ผมเคยฝันว่าจะฆ่าตัวตาย และเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เคยนั่งร้องไห้ ไม่มีความสุขในใจลึก ๆ เลยแม้แต่น้อย ซึ่งความทรมานในใจลึก ๆ ของผมก็ยังคงดำเนินต่อไป...

จนกระทั่งใกล้ช่วงปิดภาคเรียนที่1 ตอนสมัยผมอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 วันหนึ่ง อาจารย์ฝ่ายศาสนกิจ (สุดสวย) ท่านหนึ่งได้มาชวนผมไปค่ายผูกมิตร (ค่ายคริสเตียนและผู้เชื่อใหม่) ซึ่งความรู้สึกในใจของผมคือไม่อยากไปมาก ๆ ปิดเทอมควรจะนั่งเล่นเกม นอน ดูทีวีมากกว่า ไม่ใช่ไปค่ายอะไรแบบนี้ ผมจึงปฏิเสธไป แต่อย่างไรก็ดีด้วยความหวังดีของอาจารย์และการพูดของผมไม่สามารถทำให้ปฏิเสธการไปค่ายได้ เลยต้อง“จำใจ” มาค่ายนี้   ซึ่งตอนหลังผมเชื่อว่าค่ายนี้เป็นค่ายที่พระเจ้าเตรียมให้กับผม เพื่อผมจะได้รู้จักกับพระองค์มากขึ้น

ค่ายนี้มีการพูดเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับคริสเตียน และผู้เชื่อใหม่  เช่นการเป็นคริสเตียนต้องทำอย่างไร คริสเตียนต่างจากศาสนาอื่นอย่างไร ผมรู้สึกแปลกใจมาก และถึงเข้าใจว่าผมใช้ชีวิตผิดแบบหมดเลย ขณะนั้นผมเข้าใจว่าการไปโบสถ์ตามพ่อแม่ทุกวันอาทิตย์จะช่วยให้ขึ้นสวรรค์ได้ ซึ่งในความจริงแล้วไม่ใช่เลย เราต้องตัดสินใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนตัวต่างหาก ซึ่งวิทยากรค่ายก็ได้ให้โอกาสที่จะต้อนรับพระเยซู ผมจึงตัดสินใจต้อนรับพระเยซูอย่างจริงจังในตอนนั้น

หลังจากวันนั้นภายนอกก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าตา สมอง ยังคงเหมือนเดิม... แต่ผมรู้สึกแปลกตรงที่ผมรู้สึกผิดเมื่อผมทำบาป อยากอ่านพระคัมภีร์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนรับเชื่อไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เลย รู้สึกว่าอยากทำตัวให้เป็นคนดี อยากศึกษาเรื่องราวของพระเจ้ามากขึ้น ซึ่งต่อมาพระเจ้าก็ได้ส่งพี่เลี้ยงสอนพระคัมภีร์มาให้ผม ทำให้ผมเข้าใจ และเติบโตไปกับพระเจ้าได้อย่างรวดเร็ว และอีกสิ่งหนึ่งที่พระเจ้าได้กระทำกับผมโดยตรงคือ พระเจ้าทรงให้ผมเข้าใจในตัวผมมากขึ้น พระเจ้าทรงให้พบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผมรู้ และเข้าใจว่า ถึงแม้ผมจะเป็นอย่างไรก็ตาม หน้าตา สมองอาจจะไม่ได้ดี แต่ผมรู้ว่าตัวผมมีคุณค่าในสายพระเนตรพระเจ้าเสมอ พระเจ้าทรงช่วยเราได้ แม้เราจะอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่

ตอนนี้ผมไม่มีความจำเป็นแล้วที่จะต้องทำตัวเด่น ต้องเก่งในสายตาเพื่อน ๆ  เพราะผมรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับผมตลอดเวลา พระเจ้าทรงเป็นผู้นำในชีวิตของผม ทรงเป็นผู้ชี้ทาง นำก้าวต่อไป...

ท่านจงทิ้งตัวเก่าของท่านซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย อันจะเสื่อมเสียไปสู่ความตายตามตัณหาอันเป็นที่หลอกลวง
และจงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่
(เอเฟซัส 4
: 22)