Testimony  คำพยานหนุนใจ

home   

 1 เธสะโลนิกา 5:11
เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้นตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น

Welcome

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลือหลาย ๆ คน  ให้พบคำตอบแห่งชีวิต   ด้วยคำพยานที่หลาก
หลาย จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความรักจากพระเจ้าได้อย่างชัดเจน และด้วยเหตุนี้จึง
ขอเชิญชวนท่านผู้มีประสบการณ์การทรงช่วยจากพระเจ้า ส่งบทความเรียงความพยานของ
ท่าน เพื่อเป็นสื่อในการหนุนน้ำใจพี่น้องคริสเตียน และผู้สนใจได้มาก    ขอพระเจ้าทรงอำ-นวยพรมายังท่านที่มีความมุ่งหมายดี   เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณซึ่งกันและกันในองค์พระเยซูคริสต์
                                                                   ส่งบทความคำพยานชีวิตของท่านมายัง
:
                                                      chapel1852@hotmail.com

ด้วยรักจากใจ : ปลดโซ่ตรวน ของ คุณอัญชุลีย์  "แบบอย่างแห่งรัก" สมาคมพระคริสตธรรมไทย, 2003

"มีผู้คนมากมายประณามดิฉันว่า เป็นคนเลว มีจิตใจ โหดร้าย โหดเหี้ยม..."
          ปี 2533 มีข่าวที่สะเทือนใจคนไทยทั่วประเทศข่าวหนึ่งคือ พยาบาลสาวโยนเด็ก 3 ขวบลงมาจากชั้น 5 ของตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลายคนเกิดคำถามว่า เธอทำได้อย่างไรกับเด็กที่ไร้เดียงสา ทำไมเธอจึงโหดร้ายเช่นนั้น แม้ว่าเรื่องของเธอจะเลือนไปจากความทรงจำของสังคมแล้ว ขณะนี้เธอผู้นั้นยังคงชดใช้โทษของเธอในเรือนจำ
          อัญชุลีย์ หรือ "ลี" เกิดในครอบครัวเชื้อสายจีน มีชีวิตกับวัยเด็กที่เรียบง่าย ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบคือ เป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ตั้งใจเรียนของครู ไม่เคยนำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาสู่ครอบครัว เมื่อ "ลี" จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาพยาบาลก็ได้เข้ารับราชการในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง เธอพบว่าสนามชีวิตจริงนั้นแตกต่างจากชีวิตในโรงเรียนมากมาย มีหลายอย่างที่โรงเรียนไม่ได้สอนไว้ "ลี" พบกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของเธอพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาอายุมากกว่าเธอถึง 11 ปี เป็นกรรมการสุขาภิบาล และมีธุรกิจค้าไม้ ความอ่อนต่อโลกของลีประกับกับเป็นคนที่จิตใจอ่อนไหว ขี้สงสาร และเชื่อคนง่าย เธอจึงเชื่อผู้ชายคนนี้ทุกอย่าง และไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา เธอโดนหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มผสมยานอนหลับ และถูกพาเข้าโรงแรม เธอจำยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาท่ามกลางความไม่เห็นด้วย และขัดแย้งอย่างรุนแรงของพ่อแม่พี่น้อง จนถึงขนาดตัดสัมพันธ์จากเธอ
          ชีวิตคู่ของ "ลี" ไม่ราบรื่นอย่างที่เธอวาดหวังไว้ เธอต้องเผชิญกับภรรยาเก่าของเขาที่คอยมาราวีและไม่มีท่าทีจะรามือง่าย ๆ เงินทองที่เธอสะสมมาก็ถูกหลอกเอาไปเกือบหมด
         "ดิฉันก็อดทนเสมอมารวมทั้งการยอมเอาลูกทั้งสองของเขามาเลี้ยงดูอย่างดี ให้เรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด ดิฉันพยายามทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะ และต้องการพิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นว่า เราอยู่ด้วยกันได้ แล้ววันหนึ่งหัวใจของดิฉันก็แตกสลาย เมื่อจับได้ไล่ทันว่า สามีดิฉันยังแอบติดต่อกับภรรยาเก่าซึ่งหย่ากันไปสองปีแล้ว ดิฉันรู้สึกถูกหลอก สามีซึ่งดินฉันมอบความเชื่อมั่นว่าจะร่วมสร้างชีวิตด้วยกันกลับมีแต่การโกหก ดิฉันเองก็ไม่กล้ากลับไปหาพ่อ แม่ เพราะรู้สึกผิดที่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างรุนแรง"
          ปัญหาต่าง ๆ ที่โถมเข้าหา "ลี" ทำให้เธอหาทางอกโดยการดื่มเหล้า ทั้ง ๆ ที่เป็นคนเกลียดเหล้า และปิดขังตัวอยู่แต่ในห้อง จิตใจมีแต่ความทุกข์ คิดเพียงแต่อยากตาย และอยากแก้แค้น และสุดท้ายเธอได้เลือกการแก้แค้น โดยการโยนลูกคนเล็กของสามีกับภรรยาเก่าอายุ 3 ขวบ ลงมาจากตึกชั้นที่ 5 ต่อหน้าต่อต่อของสามีเธอ
          "คดีของดิฉันเป็นคดีดังมากในเวลานั้น มีผู้คนมากมายประณามดิฉันว่าเป็นคนเลวที่มีจิตใจโหดร้ายโหดเหี้ยม ต้องการด่าว่า และชาทัณฑ์ดิฉัน ที่โรงพักดิฉันเครียดมาก พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ"
          อัญชุลีย์ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ขณะนั้นเธออายุเพียง 23 ปี แม้เธอจะถูกลงโทษตามกฎหมายแล้วก็ตาม แต่คุณธรรมที่อยู่ในใจเธอก็คอยวนเวียนตอกย้ำถึงความบาปชั่วของตนเองอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เธอถูกคุมขังในเรือนจำ แม้แต่นักโทษกันเองก็รังเกียจเธอ ด่าว่าเธอใจเหี้ยมผิดมนุษย์ ไม่มีใครอยากจะเป็นเพื่อนด้วย ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครมาเยี่ยม เธอโดเดี่ยวชอกช้ำใจ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
          "ขณะที่ดิฉันอยู่ในเรือนจำ มีนายทหารยศนายพันผู้หนึ่งมาเยี่ยม ซึ่งดินฉันไม่รู้จักกับท่านผู้นี้มาก่อนเลย ท่านบอกว่า วันที่ตำรวจพาตัวดิฉันไปทำแผน ท่านเห็นผู้คนมากมายแน่นไปหมดจนรถติดขนาดหนัก ท่านไปทำงานไม่ได้ วันนั้นท่านรู้สึกเศร้าใจมากที่ผู้คนต้องการทำร้ายดิฉัน ท่านบอว่า ท่านมาเยี่ยมเพื่อบอกว่า พระเจ้ารักดิฉัน ขอให้ดิฉันเข้มแข็ง อย่าฆ่าตัวตาย ต่อมาก็มีคริสเตียนอีกมากมายหลายคนที่ดิฉันไม่เคยรู้จัก เพียรพยายามมาเยี่ยม มาให้กำลังใจดิฉัน รวมทั้งเพื่อนคริสเตียนของดิฉันในสมัยเป็นนักเรียนก็มาเยี่ยม"
          "ลี" เริ่มสงสัยคนเหล่านี้เป็นใคร ทำไมไม่รังเกียจเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอทำชั่ว ทำบาป ชนิดไม่น่าให้อภัย เธอเริ่มค้นหาคำตอบจากพระคัมภีร์ จนวันหนึ่ง เธอได้อ่านพระธรรม ยอห์น บทที่ 8 เรื่องผู้หญิงคนหนึ่งถูกจับฐานล่วงประเวณี  แม้ว่าลีและหญิงผู้นั้นจะทำผิดต่างกัน แต่มีความรู้สึกเหมือนกันคือ ถูกคนรอบข้างประณาม เป็นที่รังเกียจ เจ็บช้ำน้ำใจ แต่พระเยซูคริสต์ทรงสนใจ และให้อภัย ให้โอกาส ในยอห์นบที่ 8
:10-11 กล่าวว่า
          "พระเยซูทรงลุกขึ้นตรัสกับนางว่า "หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ" นางทูลว่า ท่านเข้าข้า ไม่มีใครเลย" แล้วพระเยซูตรัสว่า "เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก"
          "ลี" รู้สึกซาบซึ้งและตระหนักในความรักของพระเจ้า แม้ว่าเธอจะทำผิดบาปมากมายแค่ไหน พระเจ้า พระเยซูก็ทรงรักจนได้สละชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่บาป โดยการตายแทนเธอที่ไม้กางเขน แต่ยิ่งกว่านั้นในวันที่สามพระเยซูคริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย และมีชีวิตอยู่ เธอได้ตัดสินใจมอบชีวิตของเธอให้กับพระเจ้า เธอกล่าวว่า
          " ไม่มีใครไม่เคยทำผิด ไม่มีใครอยากทำผิดตลอดเวลา ขอเพียงมีโอกาสที่จะกลับตัว เหมือนที่พระเยซูคริสต์ให้โอกาส พระองค์ไม่จดจำความผิด... เพราะพระเจ้ารักมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดหรือเป็นอย่างไรก็ตาม คุณค่าของความเป็นมนุษย์นั้นเท่าเทียมกัน พระเจ้าให้อภัยในความผิดบาปแม้จะเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม เพียงแต่กลับใจและเริ่มต้นใหม่ พระเจ้าจะพยุงคนที่ล้มให้กลับลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างมั่นคง ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับความรักจากพระเจ้า... เกือบ 13 ปีแล้วที่ดิฉันพิสูจน์ความรักของพระองค์ ในที่ที่ไม่มีอิสรภาพทางกาย แต่จิตใจดิฉันมีอิสรภาพเต็มร้อย..."
          พระเจ้าได้ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ จากการเป็นคนที่เก็บตัว ไม่สนใจใคร เธอเริ่มสนใจผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นโดยเฉพาะเพื่อนนักโทษที่เจ็บป่วย รวมถึงช่วยงานผู้คุมในการดูแลผู้ป่วยในเรือนจำ เธอได้มีโอกาสเล่าถึงความรักของพระเจ้าให้เพื่อนผู้ต้องขังฟัง และนำหลายคนมารู้จักกับพระเจ้า และมีส่วนในการตั้งกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ในเรือนจำด้วย ทางเรือนจำเองได้เปิดโอกาสให้เธอศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
          อัญชุลีย์เป็นนักโทษชั้นดี ได้รับการลดหย่อนโทษมาเรื่อยจนบัดนี้เหลือเพียง 20 ปี แม้ว่าเธอจะต้องถูกกักขังเพราะความผิดที่ทำไป แต่จิตวิญญาณของเธอได้รับการปลอดปล่อยให้เป็นไทแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์ ดังที่พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ยอห์น 8
:32 ได้กล่าวว่า
          "และพวกท่านจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านเป็นไท"
         เธอกล่าวในตอนท้ายว่า
          "พระเจ้าจะให้สติปัญญาในแต่ละสถานการณ์ของชีวิต และผู้ที่รู้จักกับพระองค์จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ทุกสิ่งได้โดยกำลังที่มาจากพระองค์ ...ชีวิตที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้ในโลกนี้ สุดท้ายปลายทางคือ ความว่างเปล่า แต่ชีวิตที่มีพระเจ้าถึงไม่มีอะไรเลยก็ยังเป็นชีวิตที่เติมเต็ม และมีสันติสุขนะคะ"
          พระเยซูคริสต์ตรัสว่า "เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย" ยอห์น 14
:27

พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก
มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถาน ซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่า
มีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิต และลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างห่าง

(กิจการฯ 17
: 24 - 25
)