Testimony  คำพยานหนุนใจ

home   

 1 เธสะโลนิกา 5:11
เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้นตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น

Welcome

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลือหลาย ๆ คน  ให้พบคำตอบแห่งชีวิต   ด้วยคำพยานที่หลาก
หลาย จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความรักจากพระเจ้าได้อย่างชัดเจน และด้วยเหตุนี้จึง
ขอเชิญชวนท่านผู้มีประสบการณ์การทรงช่วยจากพระเจ้า ส่งบทความเรียงความพยานของ
ท่าน เพื่อเป็นสื่อในการหนุนน้ำใจพี่น้องคริสเตียน และผู้สนใจได้มาก    ขอพระเจ้าทรงอำ-นวยพรมายังท่านที่มีความมุ่งหมายดี   เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณซึ่งกันและกันในองค์พระเยซูคริสต์
                                                                   ส่งบทความคำพยานชีวิตของท่านมายัง
:
                                                      chapel1852@hotmail.com

ด้วยรักจากใจ :

ข้าพเจ้าชื่อ นางอรุณรัตน์ สารกิติพันธ์ (สกุลเดิม ดีทองคำ) เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ.1953 ที่ อ.นครชัยศรี
จ.นครปฐม จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการวัดผลการศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินรทรวิโรฒประสานมิตร
ปัจจุบันเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนกรุงเทพพิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน ตั้งอยู่ที่ กม.8 ถนนบางนา-ตราด เขตประเวศ กทม.
  ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เรียกได้ว่าเป็นชาวพุทธมาตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว และปฏิบัติตน
อย่างเคร่งครัดในศาสนา ทำบุญใส่บาตรสม่ำเสมอ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาพุทธมาโดยตลอด ในปี ค.ศ. 1979 ข้าพเจ้า
ได้แต่งงานกับอาจารย์กู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์ ซึ่งเป็นคริสเตียน (ปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ) ใน
ขณะนั้นข้าพเจ้าไม่สนใจเรื่องขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าแต่อย่างใด ข้าพเจ้ายังทำกิจวัตรประจำวันแบบชาวพุทธ ข้าพเจ้ามี
บุตรชาย 2 คน คือ นายกิตติพัฒน์ (อาร์ม) และนายวันเฉลิม (เอิร์ธ) ทั้งสองคนได้รับการศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริส-
เตียนวิทยาลัย
  ในปลายเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1998 เอิร์ธบุตรชายคนเล็กของข้าพเจ้าซึ่งมีอายุ 15 ปี ในขณะนั้นกำลังเรียนอยู่
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งในสมอง และเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แพทย์พบว่าเป็นมะเร็ง
ขั้นสุดท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ระหว่างพักรักษาตัวหลังการผ่าตัดในโรงพยาบาล ได้มีพี่น้องคริสเตียนมาเยี่ยมเยียน
เอิร์ธ อ่านพระคัมภีร์ให้ฟัง ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า และร่วมใจกันอธิษฐาน ขอให้พระเจ้าดูแลและรักษาเอิร์ธให้หาย
หนุนใจคุณพ่อคุณแม่ให้มีความเชื่อและไว้วางใจพระเจ้า ให้ฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์และน้ำพระทัยของพระองค์
เหมือนอย่างที่เอิร์ธเองได้พูดหนุนใจให้พ่อแม่เชื่อในแผนการของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเอิร์ธและครอบครัวสารกิติพันธ์
เมื่อเขารู้ว่าเป็นเนื้องอกในสมองก่อนการผ่าตัดครั้งแรก
  ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจพี่น้องคริสเตียนมาก เพราะพี่น้องคริสเตียนที่มาเยี่ยม ส่วนมากเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกับ
กับข้าพเจ้าเป็นการส่วนตัวมาก่อน ทุกคนมาด้วยความรักและห่วงใยเอิร์ธ เหนือสิ่งอื่นใดคือเขามาด้วยความรักที่มาจากองค์
พระเยซูคริสต์เจ้านั่นเอง เมื่อพวกเขาได้ทราบว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งรักและมีความเชื่อมั่นคงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้ากำลัง
ป่วยเป็นมะเร็งในสมอง เขาก็เป็นห่วงและร่วมใจกันอธิษฐานเผื่อ และยังได้ช่วยกันส่งข่าวไปยังพี่น้องคริสตชนตามคริสต-
จักรต่าง ๆ ให้อธิษฐานขอให้พระเจ้าดูแลเอิร์ธและครอบครัว แม้แต่คริสตจักรในต่างประเทศ หลายประเทศก็ได้ทราบข่าว
นี้ และสมาชิกต่างก็ร่วมใจกันอธิษฐานต่อพระเจ้าเช่นกัน ครอบครัวของข้าพเจ้าได้รับจดหมายและโทรศัพท์หนุนใจจากพี่
น้องคริสตชนมากมาย ข้าพเจ้าและครอบครัวรู้สึกขอบคุณทุกคนและขอบคุณพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ผู้เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้
องค์เดียวในความรักความอบอุ่นที่ได้รับนี้
  โดยพระคุณของพระเจ้าและด้วยความรักมั่นคงของเอิร์ธที่มีในพระเจ้า ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็น
พระเจ้า ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าในเวลาต่อมา เมื่อเอิร์ธกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน ข้าพเจ้า
และครอบครัวได้ร่วมนมัสการพระเจ้าที่บ้านทุกวันโดยการร้องเพลง อ่านพระคัมภีร์ และอธิษฐาน โดยข้าพเจ้าจะเป็นผู้อ่าน
พระคัมภีร์ และเมื่อมีพี่น้องคริสเตียนมาเยี่ยมเอิร์ธที่บ้านทุกครั้ง ข้าพเจ้าก็จะเข้าร่วมนมัสการและอธิษฐานกับเขา เมื่อข้าพ
เจ้าได้อ่านพระคัมภีร์ออกเสียงทุก ๆ วัน ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ประทานน้ำเสียงที่ชัดเจนแจ่มใสให้แก่ข้าพเจ้าแทนเสียง
ที่แหบแห้งมากว่าสิบปีเนื่องจากเส้นเสียงอักเสบ เมื่อเอิร์ธเริ่มมีอาการดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีอาการเป็นปกติก็สามารถไป
โรงเรียนหนังสือได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ส่วนข้าพเจ้าหลังจากได้ต้อนรับพระเยซูไว้
ชีวิตแล้ว ข้าพเจ้าได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าจากพระคัมภีร์ทุกวันในตอนเช้า โดยเริ่มจากการอ่านหนังสือมานาประจำวัน
และอ่านพระคัมภีร์ตามหัวข้อในหนังสือมานา อธิษฐานต่อพระเจ้า ฟังเพลงนมัสการสรรเสริญพระเจ้าแล้วจึงจะออกไปทำ
งาน โดยไม่ลืมอธิษฐานขอให้พระเจ้าท รงนำอีกครั้งก่อนจะขับรถยนต์ออกจากบ้าน และข้าพเจ้าได้ปฏิบัติติดต่อกันมาจน
ถึงปัจจุบันนี้ ในหนึ่งปีข้าพเจ้าจะอ่านพระคัมภีร์จบเล่ม ใช้เวลาใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าและไปนมัสการพระเจ้าพร้อม
ครอบครัวทุกวันอาทิตย์ที่คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ ซึ่งอาจารย์กู้ศักดิ์เป็นสมาชิกอยู่
  ต้นเดือนมกราคม ค.ศ. 1999 ข้าพเจ้าได้เข้าพิธีบัพติศมา

จงเป่าเขาสัตว์ที่ในศิโยน จงเปล่งเสียงปลุกบนภูเขาบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า ให้ชาวแผ่นดินทั้งสิ้นตัวสั่น
เพราะวันแห่งพระเจ้ากำลังมาแล้ว ใกล้เข้ามาแล้ว

(โยเอล 2
: 1
)